2-3 ตุลาคม 2569: ออกแบบวิธีเรียน
สวัสดีครับ นี่คือ Blog แรกในชีวิตของผมเลยที่เขียนแบบจริงๆจังๆ ผมไม่รู้ว่าจะมีใครมาอ่านด้วยซํ้ำ 555+ สํำหรับสาเหตุที่วันที่มันเป็น 2-3 ก็เพราะผมเขียนตอนเที่ยงคืนนั่นเอง ;P
ช่วงนี้ผมกํำลังลองออกแบบวิธีการเตรียมเนื้อหาสอบ A-Level แบบใหม่อยู่ ผมเลยอยากจะมาเล่าว่า setup ของผมเป็นอย่างไรบ้าง เผื่อใครสะดุด Blog ของผม อยากจะเอาไปใช้นะคับ
คืองี้คับ ผมชอบมีปัญหาการได้หน้าลืมหลัง อ่านชีวะเสร็จไปอ่านฟิสิกส์ต่อ ผลออกมาคือ... ลืมครับ จํำแทบไม่ได้เลย ผมก็ไม่ใช่พวกที่จะนั่งอ่าน Review ซ้ำๆ ทุกวันด้วยน่ะสิ... ผมก็เลยลองไปเสิร์ชวิธีการอ่านแบบได้หน้าไม่ลืมหลังแบบง่ายๆ ไปเจอกับวิธีนึง ชื่อว่า Spaced Repetition
-
Spaced Repetition
- การทบทวนแบบเว้นระยะเป็นเทคนิคการเรียนรู้ซึ่งมักทํํำด้วยแฟลชการ์ด แฟลชการ์ดที่เพิ่งนํำมาใช้ใหม่และยากขึ้นจะถูกแสดงบ่อยขึ้น ในขณะที่แฟลชการ์ดเก่าและยากน้อยกว่าจะถูกแสดงน้อยลง เพื่อใช้ประโยชน์จากผลกระทบทางจิตวิทยาของระยะห่างการใช้การทบทวนแบบเว้นช่วงได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มอัตราการเรียนรู้ จาก Wikipedia
อธิบายง่ายๆ สมมุติเรามีเนื้อหา A, B, C ที่ต้องจํำ เราจํำ A, B ได้ง่าย จํำ C ได้ยาก แต่ถ้าเอาเวลาไปทบทวน C ทั้งหมด ก็จะลืม A, B ในที่สุด ปัญหาดังกล่าวจะแก้ด้วยการสร้างบัตรคํำศัพท์ที่มีด้านหน้าเขียนคํำถามในหัวข้อนั้นๆ และด้านหลังมีเขียนคํำตอบและคํำอธิบาย ในข้อที่เราตอบได้ง่ายๆ เราก็จะกลับมาทบทวนไม่บ่อยมาก แต่ถ้าข้อยากๆ เราก็จะกลับมาทบทวนบ่อยขึ้น
นี่คือกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความจํำกับเวลา โดยที่แต่ละเส้นแทนจํำนวนครั้งการทบทวน เราจะสังเกตเห็นว่า หากเราอ่านไปเฉยๆ จะทำให้เราลืมไวมากๆ ในขณะที่เมื่อเราทํำการทบทวนครั้งที่ 2, 3, 4 ความจํำของเราก็จะอยู่ได้นานขึ้น
ซึ่งแน่นอนครับว่าเราไม่มีทางที่จะมาจดความง่าย-ยากแบบ Manual เป็นร้อยๆใบ
ในส่วนตรงนี้ เราจะใช้แอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Ankidroid (มีแต่ใน Android เท่านั้น, ios ไปหาเอาเองนะคับ^^) ซึ่งเป็นแอปที่ช่วยในการจัดการกับบัตรคํำศัพท์ พร้อมเรียงลํำดับความยากง่ายอัตโนมัติ
หัวข้อ 2: เลคเชอร์
อย่างต่อไป ผมจะพูดถึงเรื่องการจดเลคเชอร์นะครับ ในเรื่องการจดเลคเชอร์เนี่ย แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลยครับ
แต่สำหรับผม ผมจะใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Obsidian ในการจดเลคเชอร์
-
Obsidian
- Obsidian เป็นฐานข้อมูลความรู้ส่วนบุคคลและแอปพลิเคชันจดบันทึกซึ่งทํํำงานบนไฟล์ Markdown (.md, อันเดียวกันกับที่ ChatGPT ใช้ตอบเรา)
เอาจริงๆ Obsidian จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานหลายรูปแบบมากๆ ผมแนะนํำให้ไปหาวิธีใช้งานเพิ่มเติมดีกว่าครับ สามารถเข้าไปดูคลิปนี้ได้เลยครับ คลิปเดียวกับที่ผมดู :)
แต่หนึ่งในจุดเด่นที่ดีที่สุดของ Obsidian สํำหรับผม คือการที่มัน support การลง plugin เสริมได้ ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คืออันที่ชื่อว่า Spaced Repetition นั่นเอง โดยเราสามารถนํำโน๊ตที่เราจดมาดัดแปลงเป็น Flash card แล้วทบทวนใน Obsidian ได้เลย
หัวข้อ 3: Claude
-
Claude
-
Claude คือ AI ที่ฉลาดกว่าเจ้าอื่นมาก
...มีแค่นี่แหละครับ สาระสำคัญ
ผมรู้แหละว่าท่านก็รู้จัก Claude
เมื่อเราขียนเลคเชอร์เสร็จแล้ว สิ่งที่เราควรทํำคือการตรวจทาน มันถือเป็นเรื่องดีที่เราสรุปในถ้อยคํำภาษาของตัวเอง แต่เราก็ยังต้องทำให้แน่ใจนะครับ ว่าที่เราเขียนไปเราเข้าใจถูกจริงๆ
ผมจะใช้ Claude (เรื่อง Model ไม่ต้องถึงขั้น Pro, แค่ Sonnet ก็ฉลาดเพียงพอแล้ว) ช่วยในการทํำสองอย่าง: วิจารณ์โน๊ตของผม และสร้าง Flashcard จากโน๊ตที่สรุป โดยผมจะใช้ prompt ดังนี้:
[[[TBA :/ ผมยังหา prompt ไม่เจอ]]]
โปรดอ่าน output อย่างมีวิจารณญาณ แม้ว่ามันจะฉลาดก็จริง แต่ AI มันก็คือ AI วันยันค่ำ และ AI ก็ผิดพลาดได้เสมอ! แนะนํำให้ Search หัวข้อที่มันอยากแก้เพิ่มในเน็ตเพื่อความมันใจชั้นที่สองนะครับ!
สรุป
สํำหรับทั้งสามหัวข้อ ผมสามารถสรุป Workflow คร่าวๆได้ดังนี้:
- จดโน๊ตสรุปของตัวเองลงแอป Obsidian
- ให้ Claude ทํำการตรวจสอบความเข้าใจของเรา (อย่าลืมมีวิจารณญาณ)
- นํำ Flashcard ที่ Claude ทํำให้ มาใส่ใน Obsidian ได้เลย
- Repeat
ขอให้ทุกคนมีวัน/คืนที่ดีนะคับ ^^